2552-07-26
2552-07-01
Home เปิดหน้าต่างโลก
เป็นอีกภาพยนตร์สารคดียอดเยี่ยมแห่งปีที่ ญานน์ อาร์ทูส์-แบร์ทรองด์ นอกจากทำหน้าที่กำกับแล้วยังร่วมเขียนบทพร้อมกับใช้เวลาในการสร้างร่วม 3 ปี เพราะต้องเดินทางหาโลเกชั่นเพื่อถ่ายทำให้ได้ภาพแปลกตากว่า 54 ประเทศ เนื่องจากเป็นภาพยนตร์ที่แสดงออกถึงความรับผิดชอบต่อโลก จึงต้องตระเวนถ่ายทำเพื่อเก็บสต๊อกภาพที่มีความยาวถึง 488 ชั่วโมงแล้วนำมาตัดต่อให้เหลือเพียง 120 นาทีสำหรับภาพยนตร์สารคดีเรื่องเยี่ยม โฮม (Home) เปิดหน้าต่างโลก ที่ เอ็มพิคเจอร์ส เตรียมนำ มาให้แฟนๆ ในไทยได้ชมกันเพราะถึงเวลาที่มนุษย์ทุกผู้คนต้องรู้จักปกป้องและรักษาสิ่งแวดล้อมโลกก่อนที่จะสายเกินไป เนื่องจากมนุษย์ได้ทำลายสมดุลธรรมชาติมามากมายแล้วคุณเคยเห็นโลกภาคพื้นดิน ผ่านท้องฟ้าสีครามหรือไม่ ผืนน้ำใสสะอาด ตึกรามบ้านช่อง ป่าไม้เขียวขจี เสมือนเรากำลังโอบกอดทั้งโลกไว้ได้ด้วยสองมือของเรา "ยานน์ อาร์ทัส-เบอร์ทรานด์" กำลังแสดงให้เราเห็นถึงโลกที่เขาเชื่อว่ายังมีอีกหลายคนที่ยังไม่เคยพบ มุมมองที่มนุษย์เดินดินไม่มีวันได้เห็น โลกที่เหมือนเพชรสีน้ำเงินลอยอยู่ในห้วงแห่งอวกาศอันมืด ทำให้เราได้เห็น ได้เข้าใจและตระหนักถึงภัยพิบัติที่กำลังจะเกิดขึ้นผ่านช่วงเวลายาวนานจนทรัพย์สมบัติที่ชื่อว่า "ธรรมชาติ" กำลังจะสูญสลายไปด้วยมือของเราและนั่นอาจหมายถึงสัญญาณที่เตือนว่าคงถึงเวลาที่เราจำเป็นต้องปกป้อง "บ้าน" หลังใหญ่แห่งนี้ไว้ด้วยตัวของเราเอง
ตลอด 200,000 ปีบนโลก มนุษยชาติพลิกผันดุลยภาพของดาวดวงนี้ ซึ่งกว่าจะเข้ารูปเข้ารอยก็ต้องอาศัยวิวัฒนาการเกือบ 4 พันล้านปี ทุกวันนี้คือเวลาแห่งการชดใช้อย่างสาสม และสายเกินกว่าจะคร่ำครวญ มนุษยชาติเหลือเวลาอีกไม่ถึง 10 ปีเพื่อกลับตัวกลับใจ เพื่อตระหนักถึงความอุดมสมบูรณ์ของโลกที่สูญสิ้นไปทุกหย่อมหญ้า และเพื่อเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการผลาญทรัพยากรนอกจากจะได้เห็นฟุตเทจแปลกตาซึ่งรวบรวมมาจากเหนือพื้นดินของกว่า 50 ประเทศ รวมถึงได้ร่วมแบ่งปันความพิศวงสงสัยและความกังวลใจ ญานน์ อาร์ทูส์-แบร์ทรองด์ ยังหวังว่า ภาพยนตร์เรื่องนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นให้เราร่วมแรงร่วมใจกันฟื้นฟูบ้านหลังใหญ่ขึ้นมาอีกครั้ง
วิธีการนำเสนอของ หนังเรื่องนี้ จะเด่นชัดมากในเรื่องของมุมกล้อง สีสัน และก็ Computer Graphic ที่จะดูสวย เนียน ดูเป็นธรรมชาติ การถ่ายทำ ส่วนใหญ่ก็จะถ่ายบนเฮลิคอปเตอร์ กล้องที่ใช้ถ่ายทำ Cineflex สามารถซูมได้ไกลมาก และยังชัดมากอีกด้วย ทำให้ภาพยนตร์ สารคดี เรื่องนี้มีภาพที่สวยงามและคมชัดเป็นอย่างยิ่ง การถ่ายทำฟุตเทจทางอากาศยังอยู่ภายใต้เงื่อนไขทางเทคนิคอีกมากมาย เริ่มจากต้องใช้กล้องตามที่กำหนด นั่นคือ Gyro-Stabilized Cineflex HD ซึ่งชื่อก็บอกอยู่แล้วว่าเป็นกล้องที่ให้ภาพราวกับการเคลื่อนไหวของเครนไม่ว่าจะอยู่ในสภาวะสั่นสะเทือนหรือไม่ก็ตาม แรกเริ่มเดิมที กล้องรุ่นนี้พัฒนาขึ้นมาโดยวัตถุประสงค์ทางการทหาร กล่าวคือ เพื่อช่วยในการค้นหาเป้าหมาย มันจึงซูมได้ในระยะไกลมาก และยังเปลี่ยนเทปบันทึกภาพได้ทันทีบนเฮลิคอปเตอร์และภาพยนตร์สารคดีเรื่องเยี่ยมด้วยมุมมองการมองเห็นโลกอันสวยงามผ่านสายตาของช่างภาพชาวฝรั่งเศสฝีมือระดับโลกอย่าง ยานน์ อาร์ทัส-เบอร์ทรานด์ ช่างภาพทางอากาศที่เคยเปิดนิทรรศการเผยแพร่ภาพถ่ายของโลก
สิ่งที่ชอบในภาพยนตร์สารคดี เรื่องนี้ก็คือ ภาพสวยมาก สีสันของภาพต่างๆดูแล้วรู้สึกไปกับภาพที่สื่อออกมาและยังแฝงเนื้อหาดีๆไว้อีกมาก ทำให้เรารู้ว่าตอนนี้โลกเรากำลังมีการเปลี่ยนแปลงแล้ว ได้ทราบถึงผลกระทบที่กำลังเกิดขึ้น ทำให้ตระหนักแล้วว่าถ้าเรายังทำตัวเหมือนทุกวันนี้ยังใช้ทรัพยากรธรรมชาติอยู่แบบนี้อีกไม่นานทรัพยากรธรรมชาติในโลกของเราจะต้องหมดไปสิ่งที่ไม่ชอบ จากภาพยนตร์ เรื่องนี้ก็คือ การดำเนินเรื่องราวในเรื่องจะดูช้าเกินไปทำให้พอดูไปซักพักจะเริ่มเบื่อ
ข้อเสนอแนะ ก็คือ อยากปรับเรื่องการเล่าเรื่องให้มีความตื่นเต้นขึ้นหน่อย เพื่อลดความหน้าเบื่อลง เพราะพอดูเรื่องนี้ไปนานๆจะรู้สึกง่วงนอน ถ้าเพิ่มเรื่องราวที่ดูน่าตื่นเต้นลงไปอาจทำให้ภาพยนต์เรื่องนี้ดูน่าสนใจยิ่งขึ้น
1.ความแห้งแล้ง
2.น้ำ
3.การก่อสร้าง
4.อุตสาหกรรม5
.ความเจริญ
6.ป่าไม้
7.ความไม่เท่าเทียม
8.ภัยธรรมชาติ
9.การทำลาย
10.มนุษย์
2552-06-30
ปล่อยแสง3
ล่าสุดไปดูงานปล่อยแสง3 ที่ TCDC มากับพวกเพื่อนๆ วันนี้เลยหยิบงานที่ว่าก็ดีนะมา ซัก3งานมาโชว์ซะหน่อย
ผลงานชิ้นที่ 1.THE PIGPIG FISHFISH STORYที่หยิบผลงานชิ้นนี้มาก็เพราะรู้สึกว่าเฮ้ยยตลกดีนะแล้วรู้สึกว่าเค้าตัดต่อดีเอฟเฟคในภาพอะไรต่างๆก็ดูแล้วเนียนมาก การเล่าเรื่องก็ดูสนุก ดูแล้วมันไม่เครียดดีเลยคิดว่าเออชอบชิ้นนี้วะ
ผลงานชิ้นที่ 2.STARVARY COLLECTION
ผลงานชิ้นนี้จะเป้นการออกแบบเครื่องประดับ แต่แค่เครื่องประดับก็คงรู้สึกเฉยๆ แต่ที่รู้สึกว่าเออก็ดีนะก็เพราะเครื่องประดับ ของเค้าเป็นเครื่องประดับที่ทำมาจากสีเทียน คนอื่นอาจจะไม่รู้สึกว่าแปลก แต่สำสรับตัวเรารู้สึกว่าเออมันเอามาทำได้ด้วย หรอสีเทียนเนี่ย อืมม!!!มันแปลกดีเหมือนกันนะเนี่ย
ผลงานชิ้นนี้จะเป้นการออกแบบเครื่องประดับ แต่แค่เครื่องประดับก็คงรู้สึกเฉยๆ แต่ที่รู้สึกว่าเออก็ดีนะก็เพราะเครื่องประดับ ของเค้าเป็นเครื่องประดับที่ทำมาจากสีเทียน คนอื่นอาจจะไม่รู้สึกว่าแปลก แต่สำสรับตัวเรารู้สึกว่าเออมันเอามาทำได้ด้วย หรอสีเทียนเนี่ย อืมม!!!มันแปลกดีเหมือนกันนะเนี่ย
2552-06-24
โครงการคืนชีพให้กระดาษ Paper Ranger
จากปัญหาการใช้ทรัพยากรอย่างฟุ่มเฟือยและการไม่คำนึงถึงความเสื่อมโทรมของธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในสังคมปัจจุบัน ทำให้เกิดปัญหาทางด้านมลพิษ สภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลง ภัยธรรมชาติ ซึ่งสาเหตุส่วนใหญ่ล้วนเกิดจากมนุษย์แทบทั้งสิ้นการใช้ผลิตภัณฑ์จำพวกกระดาษก็เช่นกัน ในปีหนึ่งๆ ผลจากการรวบรวมข้อมูลปรากฏว่าในจำนวนใบปลิวนับล้านๆใบ อาทิ โฆษณาทางไปรษณีย์ คูปอง ใบขอบริจาค แคตตาล็อกและหน้าโฆษณาในหน้าหนังสือพิมพ์ จะมีเพียงประมาณนับพันแผ่นเท่านั้น ที่ได้ผ่านการอ่าน ที่เหลือนอกจากนั้นได้กลายเป็นขยะในถังขยะโดยไม่ผ่านการอ่านเลย จึงเป็นการใช้ทรัพยากรที่สิ้นเปลืองอย่างมากโดยไม่รู้ตัว กระดาษที่ผลิตออกมาอย่างมหาศาลนี้ มีเพียงไม่ถึง 30 % ที่มีการนำกระดาษที่ใช้แล้วไปทำผลิตภัณฑ์ใหม่อีกครั้ง
จากปัญหาการใช้ทรัพยากรอย่างฟุ่มเฟือยและการไม่คำนึงถึงความเสื่อมโทรมของธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในสังคมปัจจุบัน ทำให้เกิดปัญหาทางด้านมลพิษ สภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลง ภัยธรรมชาติ ซึ่งสาเหตุส่วนใหญ่ล้วนเกิดจากมนุษย์แทบทั้งสิ้น
จากข้อมูลจากกรมควบคุมมลพิษเผยว่า “ปัจจุบันโลกผลิตกระดาษประมาณปีละ 300 ล้านตัน คนอเมริกันคนหนึ่งๆใช้กระดาษเฉลี่ยปีละ 330 กิโลกรัม คนไทยใช้กระดาษเฉลี่ย 40 ตันต่อปี และมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นทุกปี ในกระบวนการผลิตกระดาษ 1 ตัน ต้องใช้ต้นไม้ประมาณ 1.2-2.2 ตัน หรือเทียบเท่าต้นยูคาลิปตัสอายุ 5 ปี 17 ต้น ใช้น้ำ 20 ลูกบาศก์เมตร น้ำมัน 300 ลิตร กระแสไฟฟ้า 1,000 กิโลวัตต์/ชั่วโมง และมีการปล่อยมลพิษ (เช่น คลอรีน ในการฟอกขาว) ออกมาจำนวนมาก โดยเฉพาะมลพิษทางน้ำก่อให้เกิดอันตรายต่อสิ่งมีชีวิต และเกิดการสะสมของสารพิษในสิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดล้อม” การใช้กระดาษแต่ละครั้งจึงเป็นการบั่นทอนทรัพยากรทีละน้อย
จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ทุกคนในสังคมควรมีส่วนในการช่วยกันใช้กระดาษให้คุ้มค่า ตามครัวเรือนควรมีการแยกกระดาษจากขยะทั่วไปเพื่อใช้ซ้ำหรือส่งเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิล ตามองค์กรธุรกิจจะต้องปรับกลยุทธ์การบริหารด้วยการนำระบบการจัดการสิ่งแวดล้อม (Environment management system) และกลยุทธ์การตลาดเพื่อโลกสีเขียว (Green marketing) มาใช้ในองค์การธุรกิจ
โครงการคืนชีพให้กระดาษ (Paper ranger) นี้เป็นการตอบโจทย์สำหรับ บุคคลทั่วไปที่มีกระดาษหน้าเดียวเหลือใช้ เพื่อลด และส่งเสริมให้เกิดการใช้การใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างคุ้มค่า โดยเฉพาะกระดาษ
จากข้อมูลจากกรมควบคุมมลพิษเผยว่า “ปัจจุบันโลกผลิตกระดาษประมาณปีละ 300 ล้านตัน คนอเมริกันคนหนึ่งๆใช้กระดาษเฉลี่ยปีละ 330 กิโลกรัม คนไทยใช้กระดาษเฉลี่ย 40 ตันต่อปี และมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นทุกปี ในกระบวนการผลิตกระดาษ 1 ตัน ต้องใช้ต้นไม้ประมาณ 1.2-2.2 ตัน หรือเทียบเท่าต้นยูคาลิปตัสอายุ 5 ปี 17 ต้น ใช้น้ำ 20 ลูกบาศก์เมตร น้ำมัน 300 ลิตร กระแสไฟฟ้า 1,000 กิโลวัตต์/ชั่วโมง และมีการปล่อยมลพิษ (เช่น คลอรีน ในการฟอกขาว) ออกมาจำนวนมาก โดยเฉพาะมลพิษทางน้ำก่อให้เกิดอันตรายต่อสิ่งมีชีวิต และเกิดการสะสมของสารพิษในสิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดล้อม” การใช้กระดาษแต่ละครั้งจึงเป็นการบั่นทอนทรัพยากรทีละน้อย
จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ทุกคนในสังคมควรมีส่วนในการช่วยกันใช้กระดาษให้คุ้มค่า ตามครัวเรือนควรมีการแยกกระดาษจากขยะทั่วไปเพื่อใช้ซ้ำหรือส่งเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิล ตามองค์กรธุรกิจจะต้องปรับกลยุทธ์การบริหารด้วยการนำระบบการจัดการสิ่งแวดล้อม (Environment management system) และกลยุทธ์การตลาดเพื่อโลกสีเขียว (Green marketing) มาใช้ในองค์การธุรกิจ
โครงการคืนชีพให้กระดาษ (Paper ranger) นี้เป็นการตอบโจทย์สำหรับ บุคคลทั่วไปที่มีกระดาษหน้าเดียวเหลือใช้ เพื่อลด และส่งเสริมให้เกิดการใช้การใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างคุ้มค่า โดยเฉพาะกระดาษ
ที่มา : http://paperranger.co.cc/node/16
โครงการพาโซนา โอทู (Pasona O2)
กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ตอนนี้ก็กำลังมี "สวนผักสไตล์ใหม่" ที่กำลังผุดขึ้นเรื่อยๆบนดาดฟ้าของตึกสูงใหญ่!!! สวนผักที่หากเป็นเมื่อก่อน คงไม่มีใครกล้าคิดหรอกว่า จะได้เห็น แต่ตอนนี้ กลับกำลังเป็นโครงการหนึ่ง ที่บริษัท พาโซนา กรุ๊ป ของญี่ปุ่น กำลังผลักดันให้ แพร่ขยาย ผ่านโครงการที่ชื่อว่า พาโซนา โอทู (Pasona O2) ที่มีเป้าหมาย ต้องการสนับสนุนให้ เจ้าของออฟฟิศ เจ้าของตึก สละพื้นที่บน หลังคาตึก หรือดาดฟ้า มาปลูกผัก ปลูกมัน เพื่อช่วยกันลดภาวะโลกร้อน แล้วยังเป็นการช่วยลดการใช้พลังงานไฟฟ้าในอาคารสำนักงาน ด้วย ว่า สวนผักบนหลังคา จะช่วยลดทอนความร้อนจากแสงอาทิตย์ ทำให้ลดการทำงานของเครื่องปรับอากาศ แถมยังเป็นการสร้างอาชีพใหม่ ให้แก่คนกรุงได้ด้วยในภาวะที่กำลังจะมีคนตกงานเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จากสภาพเศรษฐกิจที่กำลังทรุดหนัก ที่จะได้หันมาปลูกผักสดที่สะอาด ปลอดสารพิษ สารเคมีไว้ขาย และรับประทานเองด้วย!! ซายากะ อิทามิ หัวหน้าแผนกพัฒนาธุรกิจใหม่ๆ ของบริษัทพาโซนา กรุ๊ป เล่าถึงแนวคิดที่ทำให้เกิดโครงการ พาโซนา โอทู ที่เธอ เป็นผู้ดูแลโครงการนี้เองว่า "เราต้องการจะกระตุ้นธุรกิจภาคเกษตรกรรมให้คนสนใจ โดยเริ่มที่กลุ่มคนหนุ่มสาวเป็นอันดับแรก ด้วยการสร้าง สวนผักรูปแบบใหม่ที่ดูสะอาด สดใสขึ้นกลางกรุงโตเกียว ซึ่งเราคิดว่า น่าจะทำให้คนหนุ่มสาวรู้สึกสนใจที่จะมาปลูกผักขายกัน"
โครงการนี้ ก็กลายเป็นอาชีพใหม่ของ นายโทโมฮิโร่ คิตาซาว่า หนุ่มกรุงวัย 31 ที่ตกงานจากสภาพเศรษฐกิจที่ ย่ำแย่ จึงตัดสินใจลองมาปลูกผักขาย
เนื่องจากเป็นโครงการที่น่าสนใจ และน่าจะช่วยทำให้สภาพอากาศและสภาพแวดล้อมในกรุงโตเกียวดีขึ้น ด้าน องค์การโทรศัพท์ของญี่ปุ่น ก็ร่วมสนับสนุนโครงการนี้ด้วย โดยสละพื้นที่บนอาคารสาขา 2 แห่งให้พนักงานมาปลูกมัน ภายใต้โครงการชื่อ "กรีน โพเทโต" เนื่องจากใบของมันมีขนาดใหญ่สามารถแผ่ปกคลุม ป้องกันความร้อนจากแสงอาทิตย์ได้ดี แล้วยังทำให้พนักงานได้รับ ประทานมันต้มรสหวานในช่วงฤดูใบไม้ร่วงกันด้วย
ทั้งนี้ นายมาซาฮีโร นากาตะ เจ้าหน้าที่แผนกพัฒนาสิ่งแวดล้อมขององค์การโทรศัพท์ เล่าว่า หลังจากได้เห็นผลสำเร็จของ โครงการนำร่อง ตอนนี้ทางองค์การโทรศัพท์จึงมีเป้าหมายจะขยาย โครงการกรีน โพเทโต ไปให้ทั่วประเทศ แล้วไม่ใช่มุ่งเจาะไปที่อาคาร สำนักงาน ตึกใหญ่ๆ เท่านั้น แต่ยังจะขยายไปยังโรงเรียนต่างๆ ด้วย โดยหวังว่านี่จะเป็นช่องทางหนึ่งที่ช่วยให้เด็กนักเรียนในเมืองหลวงได้ เรียนรู้เกี่ยวกับเรื่องสิ่งแวดล้อม ขณะเดียวกัน ก็สนุกกับการที่ได้มีส่วนผลิตพืชผัก อาหารที่งอกงามมาจากสองมือของพวกเขาเอง
ที่มา : http://icare.kapook.com/globalwarming.php?ac=detail&s_id=3&id=840
COTTON USA T-SHIRT DESIGN CONTEST 2009
COTT“คอตตอน ยูเอสเอ ทีเชิ้ต ดีไซน์ คอนเทสต์”ในโอกาสฉลองปีสากลแห่งเส้นใยธรรมชาติ หรือ International Year of Natural Fibre (IYNF) องค์การอาหารและเกษตรกรรมแห่งสหประชาชาติ ร่วมกับ คอตตอน ยูเอสเอ และรายการ 30 ยังแจ๋ว สถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 จัดประกวดโครงการ “คอตตอน ยูเอสเอ ทีเชิ้ต ดีไซน์ คอนเทสต์” ขอเชิญชวนผู้สนใจทั้งประชาชนทั่วไป นักเรียน นิสิตนักศึกษา ส่งผลงานเข้าร่วมประกวดออกแบบลวดลายสกรีนบนเสื้อยืดผ้าฝ้าย 100% ภายใต้คอนเซปต์ “Cotton’s Natural World - รักษ์โลกให้สดใส ด้วยเส้นใยฝ้ายธรรมชาติ”
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)


